หนังมาใหม่ The Bubble (2022)

 

เพียงแค่ได้ยินว่านี่สำเร็จงานปัจจุบันของเจ้าพ่อภาพยนตร์ตลกที่ทศวรรษ จัดด์ แอพะทาว” ที่กลับมาสร้างภาพยนตร์อย่างเป็นจริงเป็นจังอีกรอบในรอบ 6-7 ปี เขากลับมาในสมัยที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์และก็เรื่องราวต่างๆที่จิกกัดแซะได้เยอะ เปลี่ยนออกมาเป็น “The Bubble” ภาพยนตร์ตลกร้ายรวมศิลปิน ที่บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่เสียดสีแทบทุกประโยคแล้วก็ทุกอณู แม้ว่าจะเป็นหนังที่พวกเรามิได้รู้จัก แม้กระนั้นพวกเราก็ไม่เคยทราบสึกไม่ชอบหนังหัวข้อนี้สิ่งเดียวกัน

The Bubble กล่าวถึงเรื่องราวความปั่นป่วนของกรุ๊ปดาราหนังระดับซุปตาร์ที่จำต้องกลับมารวมตัวกันใน เดอะ บับเบิ้ล สตูดิโอแล้วก็อพาร์เม้นท์กักกันตัวสำหรับเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟภาคต่อที่เป็นแฟรนไชส์อันมีคุณค่า อย่าง “คลีฟบีสต์ 6″ ท่ามกลางแรงกดดันมากมายก่ายกองจากทั่วทิศทาง หากว่าถ่ายทำไม่จบก็คือเจ๊งรวมทั้งเป็นจุดเริ่มของการดับสูญของแวดวงภาพยนตร์ แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องปวดประสาทกับการจัดการของพวกซุปตาร์มากเรื่อง…!

บอกตรงๆเลยว่าหนังประเด็นนี้ดุจว่าปฏิบัติหน้าที่ปล่อยอะไรหลายอย่างของแวดวงฮอลลิวูดในตอนที่จะต้องผ่านความยุ่งยากของวัววิด-19 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แน่ๆว่าวงการภาพยนตร์ก็ถือว่าเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลพวงไม่น้อยจากโรคระบาดที่เกิดขึ้น เพราะว่ากองถ่ายไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ตามเดิม มีเงื่อนไขต่างๆมากขึ้นมา และก็งบประมาณกับข้อผูกพันมากขึ้น มันเลยกลายมาเป็นข้อความสำคัญที่เอามาขมวดใส่เอาไว้ภายในหนังหัวข้อนี้ได้อย่างแสบสันต์

แน่ๆว่า จัดด์ แอพะทาว มารับหน้าที่ทั้งยังดูแลแล้วก็เขียนบทหนังด้วยตัวเองอย่างกับผลงานก่อนของเขา รวมทั้งเขาก็ยังคงพกเสน่ห์ความเฮฮาร้ายรวมทั้งเสียดสีแบบเจ็บแสบที่ชอบทำได้บรรลุผลสำเร็จอยู่เรื่อยมาใส่เอาไว้ภายในหนังประเด็นนี้ด้วย จะว่าไป The Bubble เป็นหนังที่เสียดสีเรื่องวัววิด-19 แล้วก็แวดวงฮอลลิวูดไปพร้อม แปลงเป็นความเบิกบานใจแบบไปสุดทางสไตล์จัดด์ แอพะทา

ถึงแม้สิ่งที่ The Bubble แออัดรวมทั้งใส่เข้ามานั้นจะมากเยอะไปหมด แม้กระนั้นมันเปลี่ยนเป็นความมากรวมทั้งความล้นที่ยังเป็นความสำราญใจได้อยู่บ้าง คอนเซ็ปต์ของหนัง คลีฟบีสต์ 6 ที่ใช้เป็นเบื้องหลังของหนังหัวข้อนี้ มีส่วนผสมที่เสียดสีจิกกิดระบบของหนังแฟรนไชส์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Jurassic World, Star Wars หรือ หนังในจักรวาลมาร์เวล เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีอะไรให้กล่าวใส่ได้ไม่ยั้ง

ถึงแม้มุกขำขันใน The Bubble จะมีนานาประการแบบ อีกทั้งเฮฮาแสบสันต์ไปจนกระทั่งขบขันอัปรีย์ แต่ว่าหลายมุกก็ทำให้พวกเรารู้สึกว้าวแล้วก็ผงะหงายในขณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมุกเสียดสีเกี่ยวกับวัววิด-19 ที่ใส่เข้ามาได้ตรงรวมทั้งจึกทุกหลักสำคัญที่ชาวโลกได้สัมผัสกันมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมารการกักกันโรค การตรวจค้นเชื้อ และก็การทำงานแบบ New Normal ถือว่าเป็นหัวข้อที่เข้ายุคเข้ายุคอย่างดีเยี่ยม

กลุ่มดาราหนังของหนังหัวข้อนี้ก็นับว่าแจ๋วมาก ทุกคนเป็นผู้แสดงมือโปรจริงๆไม่ว่าจะเป็น ติดอยู่เรน กิลเลน“, “เปโดร ขว้างค้างล”, “คีแกนไมเคิล คีย์“, “เลสีลย์ มานน์”, “เดวิด มองคอฟนี” รวมทั้ง ไอริส แอพะทาว” นี่ยังไม่รวมเหล่าดารารับเชิญอีกมาก ที่โผล่เข้ามาคนละซีนมาเป็นสีสันให้กับหนังประเด็นนี้ ถือได้ว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสีสันแบบจุกอย่างยิ่งจริงๆ

ถึงในรูปภาพรวมแล้วนั้น The Bubble จะเป็นหนังที่สะเปะสะปะไม่น้อย แม้กระนั้นพวกเขาก็มีหัวข้อที่ออกจะแน่ชัดรวมทั้งรู้จักความจำเป็นติดต่ออย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าในช่วงท้ายของหนังจะค่อนข้างจะบียอนด์ไปสักนิด บางทีอาจจะมองเปรอะไปสักนิดสักหน่อย แต่ว่าหนังก็ยังคงก้าวถัดไปได้เรื่อยและก็สามารถหักเลี้ยวมาปิดจบได้อย่างพอดีแบบน่าแปลก ดูหนังออนไลน์มาใหม่

โดยภาพรวมแล้ว The Bubble ก็ไม่ใช่หนังที่ดีแล้วก็เพอร์เฟคอะไร แต่ว่าก็ไม่ถึงกลายเป็นที่ทรุดโทรมน่าสะอิดสะเอียนอะไรขนาดนั้น เป็นหนังที่ยังมาสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้ในระดับที่ถูกใจ ดาราหนังทุ่มเทกับหน้าที่ของพวกเขาแบบสุดขั้วในประเภทที่ไม่เคนมองเห็นมาก่อนด้วย เวลาที่ จัดด์ แอพะทาว ก็ยังคงเส้นคงจะวากับสไตล์กระบวนการทำหนังของเขา หากว่าดีกรีความสามารถจะลดหลั่งลงไปบ้าง แต่ว่าก็ยังรักษามาตรฐานภาพยนตร์ตลกของเขาเอาไว้ก้าวหน้าน่าพึงพอใจอยู่

Related Posts

ตัวอย่าง Everything Everywhere All at Once ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส

ขั้นตอนแรกจะต้องลุกขึ้นยืนตบมือให้กับคู่ขาผู้กำกับ “แดเนียลส์” ที่มี “แดเนียล ควานหา” กับ “แดเนียล ไชเนิร์ต” พวกเขาได้ข้อกำหนดไอเดียแสนเลิศวิไลออกมาสู่โลกภาพยนตร์ปัจจุบันได้อย่างเจิดแจ่มแจ้ง ถ่ายทอดหนัง 2 ชั่วโมงนิดๆที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ที่หาจับตัวได้ยาก แนวความคิดที่ไปได้สุดทาง การเล่าเรื่องที่ทำเป็นสุดอารมณ์ มันเปลี่ยนเป็นความพอดีอย่างน่าแปลกประหลาดแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นหนังที่ชื่อว่า Everything Everywhere All at Once ประเด็นนี้ ที่ทำให้พวกเราเผลอไผลรวมทั้งรักมันอย่างน่าแปลกใจอยู่เช่นกัน

แนะนำหนัง Bubble

โดยภาพรวมแล้ว Bubble นับว่าเป็นหนังแอนิเมชั่นจากประเทศญี่ปุ่นจัดว่ายังทำออกมาได้ดิบได้ดีตามมาตรฐาน ถึงแม้ว่าความสดใหม่อะไรต่างๆจะให้ได้ไม่มากมายนัก หนังยังมีอารมณ์ของหนังดังๆแบบ Weathering with You หรือ Your Name. อะไรทำนองนั้นอยู่ แต่ว่าด้วยความแข็งแรงในส่วนประกอบของคอนเทนท์ในหนังประเด็นนี้ ทำให้มีทิศทางสำหรับการเล่าที่แจ่มกระจ่าง รวมทั้งเล่าไปได้ออกจะสุดทางดี ทั้งงานดีไซน์และก็วางแบบต่างๆก็ทำออกมาได้ค่อนข้างจะรู้สึกละลานตาตลอดทั้งเรื่องดี กระทั่งต้องการจะได้โอกาสได้ดูหนังหัวข้อนี้บนหน้าจอใหญ่ๆในโรงภาพยนต์อย่างยิ่งจริงๆ

แนะนำหนัง Heartstopper เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น

  ในช่วงเวลาที่บ้านพวกเราขณะนี้มีโปรแกรมซีรีส์ที่แสดงถึงความมากมายหลายให้ผู้ชมได้เลือกมองมากมายเป็นกอง ไม่ใช่แค่เพียงแค่ได้ผลงานที่ขายแต่ว่าคู่จิ้นในหน้าจอ แต่ว่ารายละเอียดและก็เรื่องราวของซีรีส์แต่ละเรื่องก็กำลังปรับปรุงขึ้นไปมากมาย รวมทั้งโน่นก็น่าจะเป็นโมเดลที่ดีที่หลายๆชาติต้องการจะดำเนินรอยตาม หนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นฝั่งฮอลลิวูด ที่ตอนนี้มีซีรีส์แนว LGBTQ ในจำนวนที่ออกจะน้อย รวมทั้งการมาของซีรีส์เชื้อสายอังกฤษอย่าง “Heartstopper” ก็เลยแปลงเป็นสิ่งที่น่าระทึกใจแล้วก็ตื่นหัวใจของเหล่าสาวกซีรีส์วาย Heartstopper คุณทำให้ดวงใจฉันหยุดเต้น เป็นซีรีสที่ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาจากนิยายภาพขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าที่อังกฤษ เรื่องราวของ นิค กับ ชาร์ลี พวกเขาเริ่มรู้จักแล้วก็เป็นเพื่อนกันในรั้วสถานที่เรียน ชาร์ลี เป็นหนุ่มน้อยที่มีความคิดที่เผย ถึงแม้ว่าสถานะเพศภาวะของเขาจะมีผลให้รู้สึกบ่อนทำลายต่อการอยู่ในสังคมสถานที่เรียน ในขณะ นิค ชายหนุ่มนักกีฬาอยู่ในกลุ่มรักบี้ของโรงรียน เขาเป็นคนเบิกบานแล้วก็จิตใจสุภาพ ชะตากรรมได้นำพาให้พวกเขาได้ถูกเลือกให้มานั่งเรียนชิดกันและก็ได้ทำความรู้จักกัน หากว่าซีรีส์วายจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่กับฝั่งฮอลลิวูด แม้กระนั้นหลักสำคัญที่แทรกสอดในซีรีส์หัวข้อนี้ไม่ใช่ของใหม่อะไร เพราะเหตุว่าพวกเราก็เคยได้เห็นซีรีส์ฝรั่งแนววัยรุ่นไฮสคูลมาจำนวนมากหลายเรื่อง ก็แค่ข้อความสำคัญพวกนี้ยังไม่ค่อยได้โอกาสได้ถูกถือขึ้นมาเป็นแกนหลักรวมทั้งค้างแรกเตอร์หลักของเรื่องสักเท่าไหร่เลย ด้วยเหตุนี้ Heartstopper น่าจะเป็นซีรีส์ในกระแสหลักอีกประเด็นที่จับเอาเกย์มาเป็นตัวละครนำ ต่อจากการบรรลุผลของซีรีส์ “Love, Victor” เมื่อปีก่อน แน่ๆว่าซีรีส์วายของฝรั่งก็ยังคงวนๆอยู่กับหัวข้อการค้นหาตนเองของวัยรุ่นแบบเดิมอย่างเคย พวกเราบางครั้งก็อาจจะกล่าวโทษแปลกใหม่ไม่ค่อยพบสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาเพศภาวะของตัว การเปิดเผยตัวตน หรือ การต่อว่าดอยู่ในสังคมบูลลี่ในตอนวัยรุ่น เป็นหลักสำคัญซ้ำๆซากๆที่ต่างก็เคยได้มองจากซีรีส์วัยรุ่นที่เคยได้เห็นทั่วๆไปตลอด 5-10 ปีที่ล่วงเลยไป แต่ว่าด้วยติดอยู่แรกเตอร์หลักของประเด็นนี้ที่มีความเด่นเป็นตัวเอง ก็เลยทำให้จุดนั้นเป็นไฮไลต์ที่ขับเสน่ห์ของเรื่องออกมา จำต้องเห็นด้วยเลยว่า Heartstopper เป็นซีรีส์วัยรุ่นวัยค้นหาตัวตนที่มอบความรู้สึกแล้วก็อารมณ์เช่นเดียวกับระยะแรกรัก คนสองผู้ที่กำลังดอดจีบรวมทั้งหว่านเสน่ห์หวานละมุน เป็นซีรีส์ที่เล่าถึงความเกี่ยวข้องแบบแรกเจอที่คงจะเผลอทำให้ท่านจำต้องเผลอปลดปล่อยยิ้มออกมาโดยไม่ได้คาดคิด เสน่ห์ของผู้แสดง ชาร์ลี กับ นิค เต็มไปด้วยเคมีที่กลมกล่อมละมุนละไมรวมทั้งพอดีกำลังพอดี เบาๆไต่ระดับความเกี่ยวข้องของพวกเขาอย่างค่อยเป็นค่อนไปเป็นลำดับ

ดูหนังใหม่ บักแตงโม

  มาถึงทิ้งทวนกับโปรแกรมภาพยนตร์ไทย ที่ภายหลังลงคิวฉายต่อเนื่องกันแบบอาทิตย์ต่ออาทิตย์ตั้งแต่มี.ค.ก่อนหน้านี้ “บักแตงโม” ก็จะนับได้ว่าเป็นหนังทิ้งทายกับภาพยนตร์ไทยมาราธอนเซ็ตนี้ ก่อนที่จะจำเป็นต้องเปิดช่องให้กับเหล่าหนังฮอลลิวูดฟอร์มยักษ์ได้มีซีนกัน แล้วก็นี่เป็นภาพยนตร์ตลกสไตล์ไทยพื้นเมืองที่คนชอบดูหนังแนวนี้รู้จักดีกันดี กับลายเส้นแจ่มกระจ่างจาก นครหลวงฟิลม์ ที่สำคัญหัวข้อนี้ยังเป็นการผลงานการแสดงชิ้นในที่สุดของ 2 ศิลปินตลกผู้วายชนม์ที่ทิ้งทวนเอาไว้อีกด้วย บักแตงโม เกิดเรื่องราวของ “โทนี่” ผู้สืบสกุลมหาเศรษฐี ชายหนุ่มผู้เรียนนอกที่จำเป็นต้องมาดูแลธุรกิจของบิดา ซึ่งช่วงนี้มี “คุณลุงอำนาจ” ดูแลธุรกิจแทนบิดาแล้วก็หวังจะฮุบทรัพย์สมบัติ แม้กระนั้นชะตากรรมเล่นตลกทำให้โทนี่โดนตามฆ่าจนกระทั่งเขาจำต้องหนีตายแบบไม่คิดชีวิต โทนี่หลบการตามล่าโดยเลียนแบบเป็น “บักแตงโม” ผู้รับจ้างในห้องอาหารของ “แม่ดาว” ซึ่งมี “เดือน” บุตรสาวสุดรักสุดหวง โทนี่หลงใหลเดือนเมื่อได้มองเห็น แต่ว่าความรักของบักแตงโมก็ดูเหมือนไม่ง่าย เนื่องจากมิได้มีเพียงแค่แม่ดาวว่าที่แม่ยายที่แสนชั่วร้ายเป็นปัญหาใหญ่ แต่ว่ายังมีศัตรูหัวใจของโทนี่ อย่าง “ไม่กซ์” เจ้าถิ่นบ้านร่ำรวยเพื่อนเกลอที่คิดกับเดือนมากยิ่งกว่าคำว่าเพื่อนพ้อง หากแม้แม่ดาวจะใช้งานหนักมากแค่ไหนบักแตงโมก็ไม่เคยหวาดหวั่น ขอเพียงแค่วันแล้ววันเล่าได้สนิทสนมกับเดือน บักแตงโมได้ทราบว่าลำดับที่สองแม่ลูกจะต้องทำงานมากก็เพื่อหารายได้มาปลดหนี้สินกับ “มาดามโซเฟีย” ให้ได้ก่อนร้านค้าที่เป็นทรัพย์สินชิ้นเดียวที่บิดาทิ้งให้ให้สองคนแม่ลูกจะโดนยึด ในขณะที่โทนี่ซ่อนตัวตัวเป็นบักแตงโม โทนี่ได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลลับๆจาก “ปีเครื่องปรับอากาศ” ลูกน้องเก่าของบิดา และก็ นายสิบแรมโบ้” คู่ขาเก่าของปีเครื่องปรับอากาศ โทนี่รีบหาทางคิดแผนทวงคืนทรัพย์สินทุกสิ่งของบิดาจากคุณลุงให้ได้โดยด่วน เพื่อโทนี่จะได้กลับมาช่วยเหลือครอบครัวของเดือน รักจริงของ บักแตงโม จะผ่านบททดลองครั้งสำคัญได้หรือเปล่า? แม่ดาวจะได้ร้านค้ามาเป็นของตนเองมั้ย? และก็บักแตงโมจะได้กลับมาตกทอดมรดกหรือไม่? หนังประเด็นนี้ได้ “เอิร์น-การเป็นไปตระกูล ใช้สติ” ผู้กำกับที่เคยลับความสามารถมาจากเรื่อง นะโม OK มาปฏิบัติภารกิจดูแลและก็ร่วมเขียนบทหนัง แต่ว่าส่วนประกอบต่างๆนั้น ก็มิได้พึงจะพาความทะยานอยากอะไรสักเท่าไหร่ เนื่องจากโดยภาพรวมนั้น บักแตงโม เกือบจะไม่มีใจความอะไรก็ตามมาตกแต่งอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ฉากปะติดปะต่อ ยิงมุกขำขัน ทั้งยังเซ็ตขึ้นและก็ด้นสดตามความสามารถพิเศษของดารา เส้นเรื่องมีอยู่เพียงแต่หน่อยเดียว และก็ยังเป็นพล็อตที่ง่ายแทบจะจืดชืดสนิทไปซะแล้ว แต่ว่าก็ถือว่าดีที่หนังประเด็นนี้ได้โอกาสมนักแสดงชุดใหญ่มาช่วยเกื้อกูลแล้วก็แต่งรสชาติให้ไม่แปลงเป็นแกงจืดที่พากเพียรใส่เครื่องปรุง และก็นี่ก็น่าจะเป็นส่วนประกอบสะดุดตาเพียงอย่างเดียวที่เห็นในหนังประเด็นนี้ “ก้อง ห้วยไร่” ก็มารับบทในครอบของ ก้อง ห้วยไร่ มิได้เปลี่ยนแปลงหรือประดิษฐ์การแสดงอะไรก็แล้วแต่เขาก็ยังแสดงเป็นตัวเองรวมทั้งกล่าวร้ายเป็นธรรมชาติของตนเองตลอดทั้งเรื่อง ในตอนที่ “ฟิฟิล์มถ่ายรูป–สิริอมร อ่อนคูณ” ที่ครั้งนี้ออกมาจากจักรวาลไทบ้านชั่วครั้งคราว มาเล่นหนังอีสานเรื่องอื่นดูบ้าง ก็ยังติดตามลักษณ์เดิมๆแต่ว่าเสน่ห์ของคุณ ก็ยังช่วยสนับสนุนหนังหัวข้อนี้ให้ขับไปได้สวยเหมือนกัน

หนังใหม่ A Journal for Jordan บันทึกรักจากใจพ่อ

  มาถึงคิวของหนังดราม่าจัดจ้านที่เพิ่งฉายให้ได้เช่ามองกันที่ทรูไอดี กับ “A Journal for Jordan” (บันทึกรักจากดวงใจบิดา) ที่มองเห็นเพียงแค่ชื่อก็คงจะเรียกน้ำตาให้กับผู้ชมได้แล้ว นี่เป็นเรื่องราวอันทรงอำนาจของชายคนหนึ่งที่ได้ทิ้งไว้ให้กับครอบครัวที่เอาไม่อาจจะอยู่ดูแลได้ หนังที่มาพร้อมด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวที่พร้อมจะขยี้หัวใจผู้ชม กับการแสดงอันเหมาะสมที่สุดของกลุ่มดาราประสิทธิภาพที่เพียงแค่เห็นทีเซอร์แบบอย่างก็มองเห็นได้ถึงความดีเลิศ A Journal for Jordan เกิดเรื่องราวที่ได้แรงจูงใจมาจากความจริงของ นายสิบสิบเอกชาร์ลส์ มอนโรล คิง ทหารสหรัฐอเมริกา ที่ทำหน้าที่ในอิรัก ภายหลังจากเรื่อง 11 เดือนกันยายน ก่อนที่จะเข้าเสียชีวิตลงในสนามรบ เมื่อก่อนที่เขาจะจากไปนั้น เขาได้เริ่มที่จะเขียนบันทึกไว้ในสมุดเล่มหนึ่ง เพื่อถ่ายทอดความรักรวมทั้งข้อเสนอต่างๆเอาไว้ให้กับลูกชายตัวน้อยของเขา ในยามที่เขาบางทีก็อาจจะไม่มีช่องทางได้มองเห็นลูกได้เติบโตในภายหน้า ในตอนที่ เดนา เคเนดี้ บรรณาธิการข่าวสารอาวุโสที่ New York Times ที่ได้นั่งรู้สึกนึกถึงเรื่องราวจุดเริ่มความเกี่ยวข้องของคุณกับผัว ที่เปลี่ยนเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานของคุณ แล้วก็การอุทิศตัวตนให้กับตำแหน่งงานของผัว คุณกับเขาเพียรพยายามแบ่งปันความรักที่มีให้ต่อลูก หากว่าคุณจำเป็นต้องแปลงเป็นม่าม้าเลี้ยงโดดเดี่ยว แม้กระนั้นก็อย่างกับว่า ชาร์ลส์ ยังคงอุทิศความรักทิ้งไว้ให้กับคุณรวมทั้งลูกอยู่เป็นประจำ และก็นี่ก็คือผลงานการดูแลของ “เดนเซล วอชิงตัน” อีกที ถือว่าเขาเป็นตั้วโผใหญ่สำหรับการจับเอาการราวนี้มาถ่ายทอดสู่หน้าจอใหญ่คราวนี้ แน่ๆว่าในด้านนักทำหนังนั้น เขานับได้ว่าเป็นผู้กำกับที่ชอบให้รายละเอียดบางส่วนสำหรับในการขยี้เงื่อนดราม่าของนักแสดงรวมทั้งเรื่องราวได้ลึกซึ้ง แล้วก็ผลงานชิ้นนี้ก็ด้วยเหมือนกัน เขาสามารถขยี้ความดราม่าของหนังได้อย่างเข้มข้นแล้วก็แยบยล เพียงโชคร้ายไปสักนิด เพราะว่าเปลี่ยนเป็นว่าความดราม่าที่ควรเป็นความดีเลิศ เปลี่ยนเป็นจุดบ่อนทำลายหนังหัวข้อนี้ไปเสียแบบงั้น A Journal for Jordan เปลี่ยนเป็นหนังดราม่าโรแมนติก ที่สะท้อนชีวิตของคู่แต่งงานคู่หนึ่งจากจุดเริ่ม โดยที่ทั้งสองจำต้องแบกรับหน้าที่การงานของตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์ในสมัยที่โลกกำลังป่วนปั่นจากภัยก่อเหตุร้าย การเริ่้มสร้างครอบครัวของพวกเขาบางทีอาจจะไม่ใช่จังหวะที่ดี แต่ว่าก็เป็นสิ่งที่ใช้พิสูจน์ความมั่นคงให้กับความรักที่ต่อกันแล้วก็กันได้อย่างยอดเยี่ยม แม้กระนั้นการร้อยเรียงเรื่องราวของหนังประเด็นนี้ออกจะเนิบช้า ปลดปล่อยจังหวะไหลไปเรื่อยแปลงเป็นดราม่าที่แทบลืมใส่ร้ายซาบซึ้งใจเข้าไป ถึงแม้การแสดงของ “ไมเคิล บี. จอร์แดน” กับ “ชันเต อดัมส์” จะเข้าขากันดีรวมทั้งถ่ายทอดออกมาได้อย่างดียิ่ง แม้กระนั้นการแสดงชั้นเยี่ยมของพวกเขา กลับไม่สามารถที่จะช่วยประคองหนังประเด็นนี้เอาไว้ได้อย่างมากนัก ปัญหาก็ยังคงติดอยู่กับการเล่าเรื่องที่ไร้ซึ่งเสน่ห์ไปสักนิดสักหน่อย การตัดต่อที่ค่อนข้างจะเฉียบคม แต่ว่ายังร้อยเรียงเรื่องได้คละเคล้าสลับไปๆมาๆ ที่แม้ว่าผู้ชมหลุดไปแค่เพียงชั่วครู่หนึ่ง ก็สามารถติดตามมิได้ว่าเรื่องราวที่อยู่เบื้องหน้านั้น เป็นพาร์ทอดีตกาลหรือตอนนี้กันแน่ แม้กระนั้นแต่ A Journal for Jordan ก็ยังคงเป็นหนังที่มีใจความสำคัญที่แข็งแรงรวมทั้งมีวัตถุประสงค์สำหรับในการพรีเซ็นท์เรื่องราวที่หนักแน่นดี บทหนังออกจะใช้ได้ แต่ว่าการเดินเรื่องรวมทั้งถ่ายทอดออกมาเป็นฉากต่อฉากในหนังนั้น ยังไม่อาจจะยั่วยวนใจผู้ชมเอาไว้เจริญสักเท่าไหร่ ในขณะที่ต้องเป็นหนังดราม่าทรงประสิทธิภาพในด้านรายละเอียดแล้วก็การแสดงของดาราหนังเอง แต่ไม่สามารถที่จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างที่จะต้องเป็น แล้วก็ราวกับหลงๆลืมๆกล่าวร้ายทรงอำนาจของเรื่อง ที่คงจะทำเป็นดุเด็ดเผ็ดมันได้มากกว่านี้

รีวิวหนัง Fresh (2022)

  มาถึงคิวของหนังเขย่าขวัญสุดสยดสยองที่ปูทางเปิดเรื่องมานึกว่าหนังโรแมนติกยุกยิก แต่ว่าอยู่ๆก็ปรับโหมดเปลี่ยนเป็นความรังเกียจรวมทั้งเชื้อเชิญสะเหนื่อยสะเอียด นี่เป็น “Fresh” ภาพยนตร์ตลกร้ายบาดใจ(แล้วลอง) ที่จะต้องติดเรต 20+ เอาไว้ดูแล หากว่าความเหี้ยมโหดบางครั้งก็อาจจะไม่ร้ายแรงมากมาย แต่ว่าความน่ากลัวมีผสมปนเปไปทั่วหนังหัวข้อนี้ ด้วยใจความสำคัญของคนรับประทานเนื้อ ที่จำต้องจิกกัดแล้วก็เสียดสีสังคมเอาไว้ได้อย่างคมคาย Fresh เล่าราวของ โนอา หญิงสาวที่ยังคงมองหาความเชื่อมโยงมุ่งมั่นให้กับชีวิต ทำให้คุณจำต้องใช้แอปนัดเดตเป็นตัวช่วย เผื่อที่กำลังจะได้พบใครซักคนที่ใช่รวมทั้งพอเหมาะพอเจาะกับคุณบ้าง แล้วก็คุณก็ได้บังเอิญมาเจอกับ สตีฟ ชายหนุ่มถ้อยคำดีรวมทั้งน่ารักน่าเอ็นดูที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ดูเหมือนทั้งสองจะคลิกเข้าพบกันได้อย่างดีเยี่ยม ระหว่างเดตครั้งสำคัญระหว่างคุณกับเขาที่ราวกับจะเป็นไปด้วยดี แม้กระนั้นปรากฏว่าคุณมึนหัวรวมทั้งสลบไป ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกจองจำเอาไว้ โน่นเป็นจุดเริ่มแรกที่ทำให้คุณได้ทราบจะกับอีกด้านของสตีฟ ชายในฝันของคุณ Fresh ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนั้นที่เรียกเสียงฮือฮารวมทั้งเป็นกระแสให้เอ๋ยถึง เมื่อครั้งได้พรีเมียร์ฉายหนแรกของโลกที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ 2022 เมื่อตอนต้นปีให้หลัง นี่เป็นผลงานการดูแลหนังเรื่องแรกของผู้กำกับสาวคนใหม่ “มีมี่ เคฟ” จากบทหนังของ “ลอว์ริน ค้างห์น” (จาก Ibiza) ที่เต็มไปด้วยหัวข้อสุดแสบสันต์ ขำขันร้าย แล้วก็ความรังเกียจ มาผสมออกมาเป็นหนังสุดขั้ว ความยาวแทบ 2 ชั่วโมงหัวข้อนี้ หนังหัวข้อนี้มีความเป็นหนังอินดี้อยู่ในตัว แม้กระนั้นก็ยังมีความเป็นหนังแมสทั่วๆไปผสมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสามารถทำให้ผู้ชมติดตามแล้วก็เชิญชวนน่ากลัวไปกับชะตาชีวิตของนักแสดงต่างๆได้อย่างง่ายดาย แน่ๆว่าครึ่งชั่วโมงแรกของหนัง เป็นเพียงแค่จังหวะที่ความหลงละเมอของหญิงสาวที่ต้องการจะประจันหน้ากับเหตุการณ์เชิญฟินแบบสักหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ว่าในอีก 90 นาทีถัดมานั้น แปลงเป็นฝันร้ายที่เต็มไปด้วยความหฤโหดรวมทั้งบีบบังคับไปอีกทั้งจิตใจ จะพูดได้ว่าพล็อตและก็เค้าเรื่องของ Fresh ถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างจะน่าพึงพอใจ แม้ว่าจะยังไม่ใช่บทหนังที่เยี่ยมที่สุดอะไร แต่ว่าก็สามารถเล่าออกมาได้สนุกสนานแล้วก็เชิญชวนติดตามไปตลอดทั้งเรื่อง เป็นการถือเอากลิ่นของหนังเขย่าขวัญสุดคลาสสิกมาคลุกขึ้นมาใหม่ ที่เชื้อเชิญคิดถึงพวกหนังคัลท์เหม็นคาวเลือดในสมัยก่อน แต่ว่าทำมาปัดฝุ่นล้างน้ำแล้วก็สร้างออกมาเป็นเวอร์ชั่นตอนนี้ที่เข้ายุคแล้วก็เสียดสีข้อความสำคัญสังคมเอาไว้ได้ค่อนข้างจะแซ่บ แน่ๆว่า Fresh บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่หนังที่มองยากและก็คาดการณ์อะไรยากเลย ผู้ชมเกือบจะไม่ต้องคิดอะไรด้วย แค่นั่งดูความรังเกียจของการกระทำของผู้ตามล่ากับเหยื่อในนั้นไปเพียงแค่นั้น ก็สามารถพรูออกมาได้มากมายอารมรณ์ ถึงแม้ว่าองค์ประกอบหลักของหนังประเด็นนี้จะเป็นโปรตีนที่มาจากเนื้อแดงเป็นหลัก แต่ว่าเปลี่ยนเป็นว่ารายการอาหารนี้สามารถย่อยได้ออกจะง่ายและไม่ติดเหม็นคาวกว่าที่คาดหมายเอาไว้ไม่น้อย